อุดมคติตำรวจ :: เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่  กรุณาปราณีต่อประชาชน  อดทนต่อความความเจ็บใจ  ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก  ไม่มักมากในลาภผล  มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน  ดำรงตนในยุติธรรม  กระทำการด้วยปัญญา  รักษาความไม่ประมาทเสมือนชีวิต
 
 

 

 



Downloads

 

  Adobe Reader 8.1.2

 

  Adobe Flash Player 9

 

  Adobe Shockwave Player 10
   

ทดสอบความเร็วเน็ต

พ.ร.บ.ออนไลน์

 

 

จำนวนผู้เข้าชม

ประวัติตำรวจไทย

ก่อน พ.ศ. 2403

มีการพบหลักฐานกิจการตำรวจที่เก่าแก่ที่สุดของไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา แผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตราระเบียบการปกครองบ้านเมืองเป็น 4 เหล่า เรียกว่า จตุสดมภ์ ได้แก่ เวียง วัง คลัง นา ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้มีตำรวจขึ้นด้วยและให้ขึ้นอยู่กับกรมเวียง มีเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์สมุหนายกอัครมหาเสนาบดี เป็นผู้บังคับบัญชา

กิจการตำรวจครั้งนั้นแบ่งออกเป็นตำรวจพระนครบาล ตำรวจภูธร ส่วนตำรวจหลวงให้ขึ้นอยู่กับวัง มีเจ้าพระยาธรรมาธิบดีศรีรัตนมณเฑียรบาล เป็นผู้บังคับบัญชา และทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตราศักดินาของตำรวจไว้เป็นบรรทัดฐานในบทพระอัยการระบุตำแหน่งนายพลเรือน เช่นเดียวกับข้าราชการฝ่ายอื่น ดังนี้

  • ตำรวจภูธร หลวงวาสุเทพ เจ้ากรมมหาดไทย ตำรวจภูธร ศักดินา 1000 ขุนพิศณุแสนปลัดขวา ศักดินา 600
  • ตำรวจภูบาล หลวงเพชรฉลูเทพ เจ้ากรมมหาดไทย
  • ตำรวจภูบาลศักดินา 1000 ขุนมหาพิชัย ปลัดขวา ศักดินา 600 ขุนแผลงสะท้าน ปลัดซ้าย ศักดินา 600

นอกจากนี้ยังมีเอกสารหลายชิ้นที่แสดงว่าบุคคลที่จะเป็นตำรวจได้นั้นต้องคัดเลือกจากผู้ที่มีชาติกำเนิดสืบเชื้อสายมาจากตระกูลที่ได้ทำคุณความดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และต้องเป็นบุคคลที่ทรงวางพระราชหฤทัย การบังคับบัญชาตำรวจก็ต้องขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะแต่พระองค์เดียว กิจการตำรวจในยุคนี้จะจัดตั้งเพื่อให้ทำหน้าที่ในวงจำกัด และมิได้ขยายไปยังส่วนการปกครองทั่วประเทศเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเหตุการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป มีการติดต่อกับชาวต่างประเทศมากขึ้น กรมตำรวจจึงได้รับความสนใจที่จะปรับปรุงรูปแบบเพื่อให้เป็นไปตามแบบอย่างประเทศตะวันตก

พ.ศ. 2403-2475

กิจการตำรวจระหว่างปี พ.ศ. 2403 ถึง พ.ศ. 2475 เป็นสมัยที่ได้มีการปฏิรูปการปกครองประเทศไทยอย่างขนาดใหญ่ในทุกๆ ด้าน ตามแบบอย่างอารยประเทศตะวันตก ซึ่งได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กล่าวคือในปี พ.ศ. 2405 ได้ว่าจ้าง กัปตัน เอส.เย.เบิร์ด เอมส์ (Captain Sammoal Joseph Bird Ames) ชาวอังกฤษ ซึ่งได้รับบรรดาศักดิ์เป็น หลวงรัฐยาภิบาลบัญชา มาเป็นผู้พิจารณาวางโครงการจัดตั้งกองตำรวจ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยภายในเขตนครหลวงตามแบบอย่างยุโรปขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เนื่องจากเหตุทางการเมืองระหว่างประเทศในสมัยนั้นซึ่งเป็นยุคที่ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกส ฮอลันดา กำลังแข่งขันกันหาเมืองขึ้นในทวีปเอเชีย การจัดระเบียบการปกครองประเทศขณะนั้นจึงเพ่งเล็งไปในด้านป้องกันประเทศเป็นหลักใหญ่ นโยบายการตำรวจก็ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายการเมืองระหว่างประเทศและทหารด้วยเป็นธรรมดา

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 การปรับปรุงการตำรวจ นอกจากได้ขยายงานตำรวจนครบาลโดยให้ นาย เอ.เย.ยาดิน (A.J.Jardine) มาช่วยงานเพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้จัดตั้งตำรวจภูธรขึ้นในรูปทหารโปลิศ เมื่อ พ.ศ. 2419 สำหรับเป็นกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในส่วนภูมิภาคและให้สามารถปฏิบัติการทางทหารได้ด้วย โดยว่าจ้าง นาย ยี.เชา. (G.Schau) ชาวเดนมาร์คมา เป็นผู้วางโครงการ ผู้บังคับบัญชาส่วนมากก็โอนมาจากนายทหาร ต่อมาใน พ.ศ. 2420 ได้เปลี่ยน "กองทหารโปลิศ" เป็น "กรมกองตระเวนหัวเมือง" จนถึงปี พ.ศ. 2440 ได้ตั้ง "กรมตำรวจภูธร" ขึ้นแทนกรมกองตระเวนหัวเมือง โดยมี พลตรีพระยาวาสุเทพ (ยี.เชา.) เป็นเจ้ากรมตำรวจภูธร

ในปี พ.ศ. 2444 ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจภูธรขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อผลิตนายตำรวจออกรับราชการตำแหน่งผู้บังคับหมวดในส่วนภูมิภาค แม้ต่อมาในปี พ.ศ. 2447จะได้ย้ายที่ตั้งไปตั้งที่ตำบลห้วยจรเข้ อำเภอเมืองนครปฐม โดยพระบรมราชานุญาตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ถวายความเห็น ก็ถือกันว่าโรงเรียนนายร้อยตำรวจภูธร ซึ่งตั้งขึ้นครั้งแรกที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อ พ.ศ. 2444 เป็นต้นกำเนิดของโรงเรียนนายร้อยตำรวจปัจจุบัน

กำลังพลในระยะแรกใช้ตำรวจ แต่ต่อมาเมื่อทางทหารได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติเกณฑ์ทหาร ทางตำรวจภูธรก็ได้ขออนุมัติใช้กฎหมายฉบับนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2448 ได้เกณฑ์คนเข้าเป็นตำรวจด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อได้จัดตั้งกรมตำรวจภูธรขึ้นแล้ว ก็ได้พยายามขยายการตำรวจไปยังหน่วยการปกครองส่วนภูมิภาคตามลำดับ เพื่อให้มีกำลังตำรวจสำหรับป้องกันปราบปรามโจรผู้ร้าย อำนวยความร่มเย็นเป็นสุขให้แก่ประชาชาชน

ต่อมาได้ขยายกิจการตำรวจภูธรไปยังหน่วยการปกครองส่วนภูมิภาคมากยิ่งขึ้น ทางด้านตำรวจนครบาลก็ได้ว่าจ้าง นาย อีริค เซนต์ เจ.ลอซัน (Mr. Eric Saint J.Lawson) ชาวอังกฤษเข้ามาช่วยอีกคนหนึ่ง

กิจการตำรวจในยุคนี้ขึ้นอยู่กับ 2 กระทรวงคือ กระทรวงนครบาล (กรมพลตระเวน หรือ ตำรวจนครบาล) และกระทรวงมหาดไทย (กรมตำรวจภูธร) และต่อมาได้รวมเป็นกรมเดียวกันภายใต้การบังคับบัญชาของอธิบดีคนเดียวกันเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2458 เรียกว่า "กรมตำรวจภูธรและกรมพลตระเวน" กรมตำรวจจึงถือว่าวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันตำรวจ และในปลายปีนั้นเองได้เปลี่ยนเป็น "กรมตำรวจภูธรและกรมตำรวจนครบาล" ยกฐานะเจ้ากรมขึ้นเป็นอธิบดี

ต่อมาในปี พ.ศ. 2465 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้รวมกระทรวงนครบาลกับกระทรวงมหาดไทยเข้าเป็นกระทรวงเดียวกันเรียกว่า กระทรวงมหาดไทย กรมตำรวจภูธรและกรมตำรวจนครบาลจึงโอนมาขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย และในปี พ.ศ. 2469 ได้เปลี่ยนนามกรมตำรวจภูธรและกรมตำรวจนครบาลเป็น "กรมตำรวจภูธร" แต่ยังคงแบ่งตำรวจออกเป็น 2 ประเภทคือ

  • ตำรวจนครบาล คือตำรวจที่จับกุมโจรผู้ร้ายไต่สวน ทำสำนวนฟ้องศาลโปลิศสภาโดยตรง
  • ตำรวจภูธร คือตำรวจที่ทำการจับกุมโจรผู้ร้ายได้แล้วส่งให้อำเภอไต่สวนทำสำนวนให้อัยการฟ้องศาลอาญาประจำจังหวัดนั้นๆ

จนกระทั่ง พ.ศ. 2475 จึงได้เปลี่ยนนามกรมตำรวจภูธรเป็น "กรมตำรวจ"

พ.ศ. 2475-2541

หลังจากที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้ว กิจการตำรวจได้แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ตามประกาศเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเรื่องการแบ่งส่วนราชการกรมตำรวจ พ.ศ. 2475 คือ

  • ส่วนที่ 1 : เป็นหน่วยบริหารงานส่วนกลางและสำนักบริหารของอธิบดีกรมตำรวจมีกองขึ้นตรง 6 กองได้แก่
    • กองกลาง
    • กองบัญชี
    • กองโรงเรียน
    • กองคดี
    • กองตรวจคนเข้าเมือง
    • กองทะเบียนกลาง
  • ส่วนที่ 2 : ตำรวจนครบาล
  • ส่วนที่ 3 : ตำรวจภูธร
  • ส่วนที่ 4 : ตำรวจสันติบาล เป็นหน่วยที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังที่ได้ยกเลิกตำรวจภูบาล ตำรวจกลาง และตำรวจกองพิเศษ

หลังจากที่ได้ปรับปรุงกิจการตำรวจเพื่อวางรากฐานตำรวจในระบอบประชาธิปไตยเมื่อ พ.ศ. 2475 แล้ว กรมตำรวจได้ปรับปรุงการบริหารให้ดีขึ้น และเหมาะสมสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมปริมาณและคุณภาพของงานเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2541ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจัดตั้งเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีการบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี

รายนามอธิบดีกรมตำรวจและผู้บัญชาการแห่งชาติของไทย

กองโปลิส/กรมกองตระเวณ(พ.ศ.2403 - พ.ศ.2458)
รายนาม เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ
หลวงรัถยาภิบาลบัญชา (กัปตัน เอส.เย.เอมส์) พ.ศ.2403 พ.ศ.2435
พระอรรคราชวราทร (ภัสดา บุรณศิริ) พ.ศ.2435 พ.ศ.2440
นายเอ.เย.ยาดิน พ.ศ.2440 พ.ศ.2447
มหาอำมาตย์โท อีริกเซ็นต์ เย ลอสัน พ.ศ.2447 พ.ศ.2456
พลตรี พระยาวาสุเทพ พ.ศ.2456 พ.ศ.2458

กรมตำรวจ (พ.ศ.2458 - พ.ศ.2541)

รายนาม เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ
พล.ท. พระวรวงค์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ พ.ศ.2458 พ.ศ.2472
พล.ต.ท.พระยาอธิกรณ์ประกาศ (หลุย จาติกวณิช) พ.ศ.2472 พ.ศ.2475
พ.ต.อ.พระยาบุเรศผดุงกิจ (รวย พรหโมบล) พ.ศ.2475 พ.ศ.2476
พ.ต.อ.พระยาอนุสสรธุระการ (จ่าง วัจนะพุกกะ) พ.ศ.2476 พ.ศ.2479
พล.ต.อ.หลวงอดุลเดชจรัส (อดุล อดุลเดชจรัส) พ.ศ.2479 พ.ศ.2488
พล.ต.ท.พระรามอินทรา (ดวง จุลัยยานนท์) พ.ศ.2488 พ.ศ.2489
พล.ต.ต.พระพิจารณ์พลกิจ  (ยู่เซ็ก ดุละลัมพะ) พ.ศ.2489 พ.ศ.2490
พล.ต.อ.หลวงชาติตระการโกศล (เจียม ลิมปิชาติ) พ.ศ.2490 พ.ศ.2494
พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ พ.ศ.2494 พ.ศ.2500
พล.ต.อ.ไสว ไสวแสนยากร พ.ศ.2500 พ.ศ.2502
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ พ.ศ.2502 พ.ศ.2506
พลตำรวจเอกประเสริฐ รุจิรวงศ์ พ.ศ.2506 พ.ศ.2515
จอมพลประภาส จารุเสถียร พ.ศ.2515 พ.ศ.2516
พล.ต.อ.ประจวบ สุนทรางกูร พ.ศ.2516 พ.ศ.2517
พล.ต.อ.พจน์ เภกะนันทน์ พ.ศ.2517 พ.ศ.2518
พล.ต.อ.ศรีสุข มหินทรเทพ พ.ศ.2518 พ.ศ.2518
พล.ต.อ.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น พ.ศ.2519 พ.ศ.2524
พล.ต.อ.สุรพล จุลละพราหมณ์ พ.ศ.2524 พ.ศ.2525
พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์ พ.ศ.2525 พ.ศ.2530
พล.ต.อ.เภา สารสิน พ.ศ.2530 พ.ศ.2532
พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ พ.ศ.2532 พ.ศ.2534
พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ พ.ศ.2534 พ.ศ.2536
พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ พ.ศ.2536 พ.ศ.2537
พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา พ.ศ.2537 พ.ศ.2539
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก พ.ศ.2539 16 ต.ค. 41

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (พ.ศ.2541 - ปัจจุบัน)

รายนาม เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก 16 ต.ค. 41 30 ก.ย. 43
พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ 1 ต.ค. 43 30 ก.ย. 44
พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ 1 ต.ค. 44 30 ก.ย. 47
พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ (รรท.ผบ.ตร.) 22 มี.ค. 47 30 ก.ย. 47
พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ (ช่วยราชการจนพ้นตำแหน่ง) 1 ต.ค. 47 22 เม.ย. 50
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส 1 ต.ค. 50 8 เม.ย. 51
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ 8 เม.ย. 51 30 ก.ย. 52
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี 4 ส.ค. 52 ปัจจุบัน

 

จัดทำโดย
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส
โทร : 073-513133